IOS 11.3 มีอะไรใหม่ และควรจะติดตั้งหรืออัพเดทดีหรือไม่?

0

iOS 11.3 คือระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นล่าสุดอย่างเป็นทางการสำหรับอุปกรณ์ iPhone, iPad และ iPod ที่ทางบริษัท Apple ได้เปิดให้ดาวน์โหลดหรืออัพเดทอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว โดยมีฟีเจอร์ใหม่ๆ หลายอย่างที่เพิ่มเติมเข้ามา และแน่นอนว่ารวมไปถึงฟีเจอร์ที่ออกมาแก้ปัญหาเรื่องที่ทาง apple แอบลดความเร็วของ iPhone รุ่นเก่า เมื่อแบตเตอรี่เริ่มเสื่อมตามที่เคยเป็นข่าวมาก่อนหน้านี้นั่นเอง แล้ว iOS 11.3 จะมีอะไรใหม่ๆ ที่น่าสนใจออกมาให้เราใช้งานกันบ้าง มาติดตามรายละเอียดกันเลย

อุปกรณ์ที่รองรับการทำงานของ iOS 11.3

iPhone

iPhone X
iPhone 8
iPhone 8 Plus
iPhone 7
iPhone 7 Plus
iPhone 6s
iPhone 6s Plus
iPhone 6
iPhone 6 Plus
iPhone SE
iPhone 5s

iPad

12.9-inch iPad Pro 2nd generation
12.9-inch iPad Pro 1st generation
10.5-inch iPad Pro
9.7-inch iPad Pro
iPad Air 2
iPad Air
iPad 6th generation
iPad 5th generation
iPad mini 4
iPad mini 3
iPad mini 2

iPod

iPod touch 6th generation

มีอะไรใหม่ๆ ที่น่าสนใจใน iOS 11.3 บ้าง?

สำหรับการอัพเดท iOS 11.3 ให้เข้าไปที่เมนู Settings -> General -> Software Update ถ้าอุปกรณ์ของคุณรองรับ ก็จะมีปุ่มให้ดาวน์โหลดและติดตั้งปรากฏขึ้น

ฟีเจอร์ Battery Health

สำหรับผู้ที่ใช้งาน iPhone โดยเฉพาะ iPhone รุ่นเก่าคงจะเคยได้ยินข่าวกันมาบ้างในช่วงปลายปี 2560 ที่ทาง Apple ได้ออกมายอมรับว่า ได้เพิ่มฟีเจอร์ในการลดประสิทธิภาพการทำงานของ CPU ใน iPhone รุ่นเก่าลงเมื่อแบตเตอรี่เริ่มเสื่อม เพื่อป้องกันปัญหาเครื่อง shutdown หรือเครื่องดับเองอัตโนมัติจากเหตุที่แบตฯเริ่มเสื่อมนั่นเอง แต่ประเด็นมันเกิดขึ้นก็เพราะทาง Apple ไม่ได้ประกาศให้ผู้ใช้ทราบเกี่ยวกับฟีเจอร์ที่ลดความเร็ว CPU ลง แต่ผู้ใช้งานตรวจพบความผิดปกตินี้ด้วยตัวเองจากการไปเปลี่ยนแบตฯ ของ iPhone ใหม่เอง

ดังนั้นใน iOS 11.3 นี้ทาง Apple จึงได้เพิ่มฟีเจอร์ Battery Health ขึ้นมา ซึ่งสามารถเข้าไปดูได้ที่เมนู Settings -> Battery -> Battery Health และจะใช้ได้ตั้งแต่ iPhone 6 ขึ้นไป โดยในหน้านี้จะแสดงข้อมูลเปอร์เซ็นความจุสูงสุดของแบตเตอรี่ และคำอธิบายว่าแบตเตอรี่ยังให้ประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุดอยู่หรือไม่ รวมไปถึงแจ้งให้เราทราบเมื่ออุปกรณ์ของเรากำลังถูกควบคุมหรือถูกลดประสิทธิภาพการทำงานของ CPU ลงโดยอัตโนมัติ เนื่องจากแบตเตอรี่ที่เสื่อมลงเพื่อป้องกันปัญหาเครื่อง shutdown หรือเครื่องดับเอง แต่ในส่วนนี้เราสามารถที่จะปิดการทำงานฟีเจอร์ในการลดประสิทธิภาพการทำงานของ CPU ได้ด้วยตัวเองหากเราต้องการ

เมนู battery health บน iOS 11.3

ในกรณีที่แบตเตอรี่ยังคงทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

หากแบตเตอรี่ iPhone ของคุณยังสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หรือเป็นโทรศัพท์ใหม่ ค่าเปอร์เซ็นต์ความจุสูงสุดของแบตเตอรี่หรือ Maximum Capacity จะต้องแสดง 100% เต็ม และในส่วนของ Peak Performance Capability ก็จะแสดงข้อความที่บอกว่าแบตเตอรี่ของคุณยังคงสามารถรองรับการทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดูข้อมูลตามภาพด้านล่าง

battery health แสดงการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ในกรณีที่ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่เริ่มลดลง

ถ้าหากพบว่า iPhone ของคุณมีค่า Maximum Capacity ลดลง ไม่เต็ม 100% เหมือนเดิม อีกทั้งยังเคยเกิดปัญหาเครื่อง shutdown หรือเครื่องดับไปเองโดยอัตโนมัติ เนื่องจากไม่สามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้เต็มประสิทธิภาพ เครื่องของคุณก็จะถูกเปิดใช้งานฟีเจอร์ในการลดประสิทธิภาพการทำงานของ CPU ลงโดยอัตโนมัติ แต่ในส่วนของ Peak Performance Capability ก็จะแสดงข้อความเพื่อบอกเอาไว้เราได้รู้

ซึ่งถ้าหากเราไม่ต้องการให้ลดความเร็วในการทำงานของ CPU ลง ก็อาจจะต้องเสียตังค์เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือปิดการทำงานฟีเจอร์ลดความเร็วของ CPU เอาไว้ก่อน โดยการคลิ๊กที่ลิงค์คำว่า Disable.. ที่อยู่ตรงบรรทัดสุดท้ายในส่วนของ Peak Performance Capability เพื่อให้เครื่องยังคงใช้งาน CPU อย่างเต็มประสิทธิภาพเหมือนเดิม

แต่เมื่อคุณปิดการทำงานของฟีเจอร์ในการลดประสิทธิภาพ CPU ไปแล้ว จะเห็นว่าลิงค์คำว่า Disable.. ก็จะหายไปเลย จนกว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่เครื่องกลับมา shutdown ตัวเองหรือเครื่องดับไปเองอีกครั้ง ฟีเจอร์การลดประสิทธิภาพของ CPU ก็จะถูกเปิดทำงานโดยอัตโนมัติอีกครั้ง พร้อมกับมีลิงค์คำว่า Disable.. ปรากฏขึ้นมาใหม่ เพื่อให้เราสามารถปิดการทำงานได้เหมือนเดิม ดังนั้นหากเราไม่อยากถูกลดความเร็วของ CPU เราก็คงจะต้องเข้าไปกดที่ลิงค์ Disable.. ทุกครั้งที่เครื่อง shutdown หรือเครื่องดับไปเอง

battery health แสดงว่าแบตเตอรี่เริ่มเสื่อมและมีประสิทธิภาพลดลง

ในกรณีที่ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ลดลงไปอย่างมากหรือแบตเตอรี่เริ่มเสื่อมมากขึ้น

เมื่อแบตเตอรี่เสื่อมจนมีค่า Maximum Capacity ต่ำกว่า 80% ระบบก็ยังคงมีปุ่ม Disable.. เพื่อให้ปิดการทำงานฟีเจอร์ลดความเร็วของ CPU อยู่เหมือนเดิม แต่แน่นอนว่าโอกาสที่เครื่องจะ shutdown ตัวเองหรือเครื่องดับเองก็จะเกิดมากขึ้นเช่นกัน และระบบก็จะเพิ่มเติมคำเตือนด้านล่างสุดในส่วนของ Peak Performance Capability เพื่อเตือนให้ทราบว่าประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ลดลงไปมากแล้ว และแนะนำให้ทำการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่

battery health แสดงว่าแบตเตอรี่เสื่อมประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก

ฟีเจอร์อื่นๆ ที่น่าสนใจ

  • เพิ่ม Animoji ใหม่ สำหรับ iOS 11.3 ได้เพิ่มอีโมจิแบบเคลื่อนไหวเข้ามาใหม่ก็คือ สิงโต, หมี, มังกร และหัวกะโหลก
    อิโมจิใหม่ใน iOS 11.3 ทั้งสิงโต มังกร หมี และหัวกะโหลก
  • ARKit 1.5 การพัฒนาในส่วนของ AR สำหรับ iOS 11.3 ได้ปรับปรุงเครื่องมือ ARKit โดยออกเป็นเวอร์ชั่น 1.5 ที่มีความสามารถสูงมากขึ้น รองรับ Camera View ที่มีความละเอียดสูงขึ้น และเพิ่มการจำแนกพื้นผิวในแนวตั้ง
  • Health Records สามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพหรือข้อมูลทางการแพทย์ได้มากขึ้น รวมถึงผลตรวจทางห้องปฏิบัติการและอื่นๆ โดยข้อมูลประวัติสุขภาพจะถูกเข้ารหัสและป้องกันด้วยการใช้รหัสผ่าน
  • Data & Privacy การแสดงข้อมูลความเป็นส่วนตัวที่ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจมากขึ้น เมื่อมีการขอใช้ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้จากบริการต่างๆ ก็จะรู้ว่าข้อมูลเหล่านั้นจะถูกนำไปใช้งานยังไง
  • Apple Music สามารถดูมิวสิควีดีโอได้ต่อเนื่องโดยไม่มีโฆษณามาขัดจังหวะ และปรับปรุง music video playlists ใหม่ ที่ผู้ใช้สามารถดูวีดีโอใหม่ที่กำลังมาแรง วีดีโอคลาสสิก หรือวีดีโอจากศิลปินที่เราชื่นชอบ ใน playlists เดียวกัน

ควรจะติดตั้งหรืออัพเดต iOS 11.3 ดีหรือไม่

ถ้าหากเครื่องของคุณผู้อ่านทำการติดตั้ง iOS เวอร์ชั่นเก่า และยังมีปัญหาจุกจิกกวนใจเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ ก็คงเป็นหนึ่งเหตุผลที่ควรจะทำการอัพเดท iOS 11.3 เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านั้นให้หมดไป หรือถ้าหากคุณผู้อ่านต้องการการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ iPhone หรือ iPad ด้วยฟีเจอร์ใหม่ที่มากับ iOS 11.3 ก็ไม่ควรพลาดที่จะอัพเดทหรือติดตั้ง iOS เวอร์ชั่นใหม่ๆ เช่นเดียวกัน

 

แหล่งข้อมูล: Apple Newsroom, 9to5mac
เรียบเรียงโดย: www.icybermag.com

Comments
Loading...